ช่วยเหลือสัตว์ Blog

การดมกลิ่น สุนัข

สุนัขใช้สัญญาณต่าง ๆ ในการติดต่อสื่อสารกัน และการดมกลิ่นเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งที่สุนัขใช้กันมาก สุนัขโดยเฉพาะสุนัขเพศผู่้จะกำหนดเขตแดนของตนด้วยปัสสาวะ ตามเส้นทางและสถานที่ที่ตนเองไป นอกจากนี้ยังทิ้งร่องรอยด้วยการเกาหรือขีดข่วนพื้นเพื่อทิ้งกลิ่นเหงื่อจากต่อมเหงื่อที่อุ้งเท้า หรือชอบกลิ้งตัวไปตามพื้นเพื่อทิ้งกลิ่นไว้ การดมกลิ่น ปัสสาวะสุนัขตัวอื่นมีความหมายในทำนองเดียวกับการจับมือทักทายของมนุษย์ นอกจากนี้กลิ่นดังกล่าวยังเป็นการบอกเพศสุขภาพและสภาพอากาศอารมณ์ของสุนัขด้วย เนื่องจากในปัสสาวะของสุนัขมีฮอร์โมนซึ่งสามารถสื่อถึงสถานภาพของสุนัขดังกล่าว ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ หนังสือ คู่มือสัตว์เลี้ยง barkpost.com

การให้อาหารลูกสุนัขหลังคลอด

การให้อาหารลูกสุนัขหลังคลอด ลูกสุนัขที่คลอดใหม่ ๆ จะยังไม่ลืมตา ไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ต้องอาศัยแม่สุนัขเป็นแหล่งให้อาหารและความอบอุ่น ควรให้ลูกสุนัขกินน้ำนมแม่หลังคลอดให้เร็วที่สุด เพื่อให้ได้รับนมน้ำเหลือง ซึ่งโปรตีน ไขมัน และภูมิคุ้มกันอยู่สูง คุณสมบัติของน้ำนมชนิดนี้จะหายไปหลังคลอด 2 – 3 วันผู้เลี้ยงอาจจับลูกสุนัขใส่เต้านมแม่ เพื่อให้ลูกสุนัขหาเต้านมได้ดี และได้รับนมน้ำเหลืองจากแม่เร็วขึ้น ต่อไปเมื่อลูกสุนัขแข็งแรงขึ้นจะเต้านมกินเองได้ ผู้เลี้ยงควรระวังอย่าให้สุนัขทับลูก และคอยดูแลให้ลูกสุนัขที่อ่อนแอได้มีโอกาสกินน้ำนมแม่อย่างเพียงพอ เพราะลูกสุนัขที่แข็งแรงกว่ามักแย่งเต้านมและดูดกินน้ำนมหมดก่อนเสมอ แต่ถ้าแม่สุนัขไม่มีน้ำนมเพียงพอ หรือเต้านมอักเสบเป็นโรคไม่สามารถให้ลูกกินนมได้ อาจนำลูกสุนัขไปฝากแม่ตัวอื่น หรือให้กินน้ำนมโคทดแทนได้ เช่นเดียวกับลูกสุนัขกำพร้า ลูกสุนัขที่อยู่ในระหว่างกินนมแม่ และช่วงหลังหย่านมใหม่ ๆ เป็นระยะที่ร่างกายเจริญเติบโต ต้องการโปรตีนสูงมาก โดยจากแรกเกิดถึงอายุ 1...

การช่วยเหลือสุนัขหลังคลอด

การช่วยเหลือสุนัขหลังคลอด ลูกสุนัขที่คลอดใหม่จะยังไม่ลืมตา แต่ใช้จมูกนำทาง และหาหัวนมดูดกินเอง ในระยะ 1 – 2 ชั่วโมงแรก ผู้เลี้ยงควรช่วยจับลูกสุนัขดูดกินนม เพื่อให้ได้รับนมน้ำเหลือง (Colostrum) ถ้าแม่สุนัขไม่สามารถให้ลูกสุนัขกินนมได้ ควรรีบนำลูกสุนัขไปฝากกับแม่ที่มีน้ำนม (ที่คลอดในระยะใกล้เคียงกัน) หรือให้อาหารอื่นเลี้ยงแทน เช่นเดียวกับการให้อาหารเลี้ยงลูกสุนัขกำพร้า ส่วนแม่สุนัขภายหลังการคลอด 2-3 ชั่วโมง ควรให้ได้กินน้ำนมหรืออาหารเหลวอุ่น ๆ 1 ถ้วยต่อจากนั้นจึงค่อยให้อาหารและเลี้ยงดูตามปกติ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ หนังสือ คู่มือ การเลี้ยงสุนัข www.boredpanda.com

การคลอดยาก ของสุนัข

การคลอดยาก ของสุนัข การคลอดยากเป็นความผิดปกติของการคลอด สุนัขจะไม่สามารถเบ่งลูกออกมาได้ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ พบในสุนัขประมาณร้อยละ 5 แต่ในกลุ่มสุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น สายพันธุ์บุลด็อก ปั๊ก ปักกิ่ง บอสตันเทร์เรียร์ อาจได้พบได้สูงร้อยละ 90 สาเหตุเกิดได้ทั้งจากตัวแม่สุนัขเอง เช่น แม่มีช่องเชิงกรานแคบ การได้รับสารอาหารไม่สมบรูณ์ มีลูกหลายตัว และสาเหตุจากลูกสุนัข เช่น มีลูกมีขนาดใหญ่เกินไป ลูกอยู่ผิดท่า ลูกพิการ หรือลูกตายก่อนคลอด โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาภาวะคลอดยาก (เกวลี ฉัตรดรงค์, 2549) ดังนี้ เมื่อครบกำหนดคลอด แม่สุนัขมีอุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงแล้วกลับสู่ภาวะปกติโดยไม่มีการเบ่ง ซึ่งผู้เลี้ยงควรวัดอุณหภูมิร่างกายของแม่สุนัขทุกวันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการตั้งท้อง เพื่อเปรียบเทียบกับอุณหภูมิร่างกายปกติ...

การคลอดลูกสุนัข

การคลอดลูกสุนัข ปกติ สุนัขตั้งท้องประมาณ 9 สัปดาห์ หรือ 60 – 63 วัน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ให้วัดอุณหภูมิทางทวารหนักของแม่สุนัข หากอุณหภูมิร่างกายสุนัขลดต่ำลงเหลือประมาณ 38 องศาเซลเซียส ตลอดจนแม่สุนัขอยู่ในอาการสงบนิ่งเป็นเวลานาน และพบว่ามีน้ำเป็นเมือกสีขาวใสค่อนข้างเหนียวไหลเยิ้มออกมาทางช่องคลอด แสดงว่าสุนัขตัวนั้นจะคลอดภายในวันนั้นหรือไม่เกินวันรุ่งขึ้น ในการคลอดออกมาของลูกสุนัข ปกติ ลูกสุนัขจะโผล่หัวและขาหน้าออกมาก่อน ขณะที่หัวลูกสุนัขโผล่ออกมา แม่สุนัขจะได้รับความเจ็บปวดมาก และร้องเสียงดัง ลูกสุนัขขณะคลอดจะถูกหุ้มอยู่ในถุงเยื่อเหนียว ๆ ซึ่ง แม่สุนัขจะเป็นผู้กัดเลียเพื่อแยกลูกออกมาเอง แต่ถ้าทำเองไม่สำเร็จ ผู้ดูแลต้องช่วยเหลือทันที ไม่เช่นนั้นลูกสุนัขจะตายได้ ขณะคลอดออกมา สายสะดือจะยังคงผูกติดกับแม่ โดยติดต่อรับรก...

การเตรียมตัวก่อนคลอดสุนัข

การเตรียมตัวก่อนคลอดสุนัข ช่วงก่อนคลอด แม่สุนัขอาจมีอาการท้องผูก ควรให้อาหารพวกที่มีเยื่อใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ระหว่างนี้ ผู้เลี้ยงต้องเตรียมคอกคลอดไว้ล่วงหน้า โดยอาจหาไม้ทำเป็นลังสี่เหลี่ยมไม่มีฝาปิด และปูพื้นด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เพื่อให้ทำความสะอาดได้สะดวก และรองด้วยเศษผ้าหรือวัสดุนุ่มอื่น ๆ หากเป็นสุนัขที่คลอดลูกครั้งแรก ควรเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่ราวสัปดาห์ที่ 6 หรือต้นสัปดาห์ที่ 7 เป็นอย่างช้า เพื่อให้สุนัขคุ้นเคยกับบริเวณที่ต้องการให้คลอดและดูแลลูก การวางคอกคลอดควรจัดไว้ในที่เงียบสงบ ไม่มีการรบกวนเพราะการถูกรวบกวนบ่อยทำให้แม่สุนัขเครียดเนื่องจากการหวงลูก แล้วพาลูกหนีไปที่อื่น ขนาดของคอกใหญ่กว่าขนาดของแม่สุนัขเมื่อนอนตะแคงอย่างน้อย 2 เท่า เพื่อให้สามารถคลอด และนอนให้นม เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวกบริเวณพื้นของคอกควรดูแลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ควรมีหลอดไฟเพื่อให้ความสว่างแก่สุนัข และสะดวกแก่ผู้เลี้ยงในการเข้าไปดูแลให้ความช่วยเหลือ ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ คู่มือ การเลี้ยงสุนัข...

การดูแลแม่สุนัข ระยะเริ่มท้อง

การดูแลแม่สุนัข ระยะเริ่มท้อง แม่สุนัขในระยะที่เริ่มท้อง ระยะแรกอาจแสดงอาการหงอยซึมเก็บตัวเงียบ ๆ และอาจเบื่ออาหาร 1-3 สัปดาห์ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย แต่พฤติกรรมจะกลับเป็นปกติเมื่อแม่สุนัขตั้งท้องได้ประมาณ 1 เดือน และควรทำการถ่ายพยาธิหลังจากตั้งท้องได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ผู้เลี้ยงไม่ควบลูบคลำบีบท้องแท่สุนัขบ่อย ๆ และไม่ควรไล่จับหรือทำให้ได้รับความกระทบกระเทือนหรืออุบัติเหตุอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้สุนัขแท้งลูกได้  แม่สุนัขที่อุ้มท้องต้องให้กินอาหารให้กินอาหารที่มีคุณภาพสูง และปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการอยู่เสมอ หากร่างกายแม่สุนัขสกปรก ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ๆ เช็คถูให้สะอาด ไม่ควรอาบน้ำโดยเฉพาะน้ำที่เย็นมาก ๆ จะทำให้อุณหภูมิของร่างกายแม่สุนัขเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดเจ็บป่วยได้ ก่อนคลอดประมาณ 7 -10 วัน ควรให้อาหารเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ...

เรื่องของ “อึ” กับสุขภาพ

เรื่องของ “อึ” กับสุขภาพ สีอุจจาระของสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีการทำงานของทางเดินอาหารเป็นปกติมักจะเป็นสีน้ำตาล หรือ สีเหลืองปนน้ำตาล โดยอาจมีความเข้มของสีที่แตกต่างกันตามแต่อาหารที่รับประทานเข้าไปสีของอุจจารที่เปลี่ยนไปอาจเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าสุนัขของเรากำลังมีปัญหาสุขภาพก็เป็นได้ ตัวอย่างสีอุจจาระที่เปลี่ยนแปลงไป ที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพ มีดังนี้ สีดำเข้ม : มีเลือดออกจากหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ส่วนต้น สีแดงหรือสีเลือด : มีเลือดออกจากลำไส้ส่วนปลายหรือบริเวณก้น สีเทาซีด : อาจมีการอุดตันของท่อทางเดินน้ำดีหรือถุงน้ำดี สีเหลืองสดหรือสีส้ม : อาจมีปัญหาโรคตับหรือถุงน้ำดี หรืออาจมีการย่อยอาหารที่ผิดปกติ มีสิ่งแปลกปลอม : อุจจาระสีปกติ แต่พบสิ่งแปลกปลอม เช่น พยาธิ , พลาสติก ฯลฯ...

พาราเซตามอล (Paracetamol) “ยาอันตราย” สำหรับเจ้าเหมียว

พาราเซตามอล (Paracetamol) “ยาอันตราย” สำหรับเจ้าเหมียว เนื่องจากร่างกายของแมวไม่สามารถกำจัด “สารพิษที่เกิดจากยาพาราเซตามอล” ได้ดีนัก (เนื่องจากมีกลไกการทำงานที่แตกต่างจากในร่างกายของคน) จึงทำให้มีการสะสมคั่งค้างของสารพิษ เหล่านี้ แล้วเกิดอันตรายต่อร่างกายตามมา ในปีหนึ่ง ๆ มีแมวจำนวนไม่น้อยที่ถูกนำส่งมายังห้องฉุกเฉิน เนื่องจากได้รับการป้อนยาพาราเซตามอลเข้าไป และครึ่งหนึงของแมวเหล่านี้ เสียชีวิต !! ยาพาราเซตามอล มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายชื่อการค้า โดยมักเป็นยาที่ถูกระบุว่ามีสรรพคุณในการแก้ไข้ – ลดปวด – ลดอักเสบ ยาแก้ไขสำหรับเด็กบางยี่ห้อ ก็มีส่วนผสมของยาพาราเซตามอลด้วยนะ ดังนั้น ถ้าสงสัยว่าเจ้าเหมียวที่บ้านเกิดอาการป่วยหรือมีไข้ไม่ควรทดลองป้อนยาเอง (โดยเฉพาะยาพาราเซตามอล) แต่ควรพาไปให้คุณหมอตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของโรคร่วมกับการให้การรักษาด้วยยาหรือด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ เพจโรงพยาบาลสัตว์...

ปลาฉลามวาฬ (Whale shark)

ปลาฉลามวาฬ (Whale shark) ชื่อไทย ปลาฉลามวาฬ  ชื่ออังกฤษ Whale shark ชื่ออื่น หัวบุ้งกี๋  ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhincodon typus ลักษณะทั่วไป ปลากระดูกอ่อน ความยาว 12 เมตร ลำตัวเพรียวยาว ด้านข้างมีสันเตี้ย 3 สัน ส่วนหัวแบน ลงเล็กน้อย ปากค่อนข้างกว้างอยู่ด้านหน้า ตาขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดตัว เหนือครีบหูมีช่องเปิดเหงือก 5 ช่อง ครีบหลัง 2 ครีบ ครีบหลังอันที่ 1...