โรคเลปโทสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู

โรคเลปโทสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู

Leptospirosis

สาเหตุ โรคเลปโทสไปโรซิส หรือโนคฉี่หนู เป็นโรคสัตว์สู่คนที่มีการระบาดทุกพื้นที่ทั่วโลก โดยโรคเลปโทสไปโรซิสที่พบในสุนัขเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ได้แก่ เลปโทสโปรา แคนิโคลา (Leptospira canicola) เลปโทสไปรา อิกเทอโรฮึมอร์ราจิอี (Leptospira ictero haemorrhagiae) เลปโทสไปรา อินเทอโรแกนส์ (Leptospira interrogans) เลปโทสไปรา ไบเฟลึกชา (Leptospira biflexa) ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ในวงศ์ เลปโทสโปรา (genus Leptospira) ตระกูลเลปโทสไปราชีอี (family Leptospiraceae) อันดับสไปโรคีทาลีส (order Spirochaetales) ตามลำดับ (บรูนเนอร์ และ สตอลส์ , 2550; Adler and Moctezuma, 2010; Andre Fontaine, 2006)

อาการที่พบ โรคเลปโทสไปโรซิสในสุนัขแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

  1. อาการแบบเฉียบพลัน ในช่วง 4 ขั่วโมงแรก สุนัขมีอาการไข้สูง ร่างกายมีอุณหภูมิประมาณ 40 – 41 องศาเซลเซียส ซึม ไม่กินอาหาร ตัวสั่น กล้ามเนื้อแข็งตึง ตรวจพบเชื้อเลปโทสไปราในกระแสเลือดอย่างรวดเร็ว มีการอาเจียน ท้องเสีย ร่างกายมีภาวะขาดน้ำ หายใจหอบ เยื่อบุช่องปาก มีสีเหลืองและอาจลอกหลุดเป็นแผล ตาขาวมีสีเหลือง เมื่อสุนัขถูกจับหรือกดช่องท้องจะแสดงอาการเจ็บปวดอย่างมาก อุจจาระที่พบมีสีดำคล้ำ มีเลือดกำเดาไหลออกมา เมื่ออาการซึมมาก ๆ อุณหภูมิร่างกายจะต่ำผิดปกติ และตายอย่างรวดเร็ว โดยที่มิได้แสดงอาการตับและไตวาย สุนัขป่วยจะตายภายใน 5 – 10 วันหลังแสดงอาการ
  2. อาการแบบเรื้อรัง สุนัขอาการกินน้ำและปัสสาวะบ่อย (polyuria – polydipsia syndrome) ระบบสืบพันธุ์ล้มเหลว ทำให้แม่สุนัขมีอาการแท้ง (abortion) หรือภาวะลูกสุนัขตายแรกคลอด (perinatal mortality) (Andre – Fontaine, 2006)

การรักษา ให้ยาปฏิชีวนะตามระยะในการป่วยประมาณ 2 – 5 สัปดาห์ (วชิร ตระกูลชัยศรี, 2557) ร่วมกับการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้น้ำเกลือ ยาบำรุงตับ ยาบำรุงไต ยาลดกรด ยาลดการอาเจียน

การป้องกันและควบคุม

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูให้กับสุนัข
  • ควบคุมไม่ให้สุนัขไปเล่นบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง
  • ควบคุมและกำจัดสัตว์ที่เป็นพาหะของโรค ได้แก่ หนู และสัตว์ฟันแทะชนิดอื่น ๆ
  • ทำความสะอาดบริเวณอาศัยหรือกรงของสุนัขด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือความร้อน
  • ให้แสงแดดส่องบริเวณที่อยู่อาศัยหรือกรงของสุนัข เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเลปโทสไปโรซิส และทำให้บริเวณดังกล่าวแห้งอยู่เสมอ
  • กรณีที่มีสุนัขป่วยเป็นโรคฉี่หนูควรแยกเลี้ยงสุนัขป่วยกับสัตว์ปกติ โดยที่เจ้าของสุนัขไม่ควรสัมผัสกับตัวสุนัขป่วย ปัสสาวะ อุจจาระ และสั่งคัดหลั่งโดยตรง แต่ควรใส่ถุงมือยางและรองเท้าบูตก่อนไปสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าจะมีเชื้อก่อโรคนี้ปนเปื้อนอยู่

You may also like...