โรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis)

โรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis)

Brucellosis

สาเหตุ โรคบรูเซลโลซิส หรือโรคแท้งติดต่อ ในสุนัขเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชนิดแกรมลบ รูปร่างกลม ชื่อ บรูเซลลา เคนิส (Brucella canis) นอกจากนี้ยังสามารถติดเชื้อ บรูเซลลา อะบอร์ตัส (Brucella abourtus) บรูเซลลา ซูอิส (Brucella suis) และบรูเซลลา เมลิเทนซิล (Brucella melitensis) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคบรูเซลโลซิสในปศุสัตว์ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร (Hollett, 2006; Nicoletti, 2011; Wanke, 2004) โรคนี้ติดต่อโดยตรงทางการผสมพันธุ์ หรือติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสุนัขเพศเมียที่คลอดลูก เช่น น้ำคร่ำ รก โรคนี้สามารถติดต่อถึงคนและสัตว์อื่นได้

อาการที่พบ สุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิสมีอาการดังนี้

  • เมื่อสุนัขมีการตั้งท้องจะเกิดการแท้งลูกในระยะที่ 3 หรือ ระยะท้ายของการตั้งท้อง (อายุครรภ์ประมาณ 45- 55 วัน) โดยไม่แสดงอาการอื่น ๆ ให้เห็นมาก่อน เช่น ลูกตายในท้อง การตายแรกคลอดของลูกสุนัข (stillbirths) และมีภาวการณ์ผสมไม่ติด (Seleem, Boyle and Sriranganathan, 2010)
  • เมื่อสุนัขแท้งลูกจะพบของเหลวไหลออกมาจากช่องคลอด (vaginal discharge)
  • สุนัขที่ติดเชื้อบรูเซลลาจะมีอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบหรือใต้คางอักเสบบวมโต (lymphadenitis) ท่อเก็บตัวอสุจิอักเสบ (eqidymitis) เยื่อหุ้มอัณฑะอักเสบ (periorchitis) ต่อมลูกหมากอักเสบ (prostatitis) ลูกอัณฑะอาจบวมและฝ่อเนื่องจากเซลล์ที่ผลิตตัวอสุจิถูกทำลายหรือเป็นหมันทั้งในสุนัขเพศผู้และเพศเมียโดยไม่แสดงอาการติดเชื้อ
  • มีอาการแทรกซ้อน คือ มีไข้ระยะ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ ปวดศีรษะ ท้องผูก อ่อนเพลียและโลหิตจาง เจ็บตามข้อต่อ ข้ออักเสบ (spondylitis) และม่านตาอักเสบ (uveitis) (Nicoletti, 2011)
  • เชื้อแบคทีเรียจะยังอยู่ในกระแสเลือดได้เป็นเวลานานประมาณ 18 เดือน หลังจากเกิดการติดเชื้อ

การติดต่อของโรค เชื้อบรูเซลลาถูกพบอยู่ในตัวสุนัข และของเหลวในตัวของลูกสุนัขที่แห้ง ของเหลวที่ออกมาจากช่องคลอดหลังจากแม่สุนัขเกิดการแท้ง รกของสุนัข สารคัดหลั่งจากช่องคลอดในภาวะปกติโดยเฉพาะในช่วงที่มีรอบเดือน น้ำนม น้ำอสุจิ ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำตา และน้ำลายของสุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิส (สุรีย์ ธรรมศาสตร์, 2553) ดังนั้น การติดต่อของโรคจึงแบ่งเป็น 2 ทาง ได้แก่

  • การติดต่อโดยตรง มี 4 วิธี ได้แก่
    • การติดต่อผ่านทางการกิน (ingestion) เช่น สุนัข กินรก เนื้อเยื่อของลูกสุนัขที่แท้ง น้ำนมของแม่สุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิส
    • การติดต่อผ่านทางการเลีย เช่น สุนัขเลียน้ำอสุจิและน้ำปัสสาวะของสุนัขที่ติดเชื้อบรูเซลลา ตลอดจนสิ่งคัดหลั่งจากช่องคลอดในระยะที่เป็นสัด ตั้งท้อง หลังการแท้งลูก ตัวอ่อนสุนัข รก และน้ำคร่ำ เพราะสิ่งคัดหลั่งเหล่านี้มีเชื้อบรูเซลลา เคนิสสูงถึง 1010 เซลล์ต่อสิ่งคัดหลั่ง 1 มิลลิลิตร (Wanke, 2004) ถ้าสุนัขที่เป็นโรคนี้เลียบริเวณปากหรือใบหน้าของคนจะทำให้คนได้รับเชื้อและติดโรคนี้ได้ (สุรีย์ ธรรมศาสตร์, 2553; Niciletti, 2011)
    • การติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ (venereal route) เช่น สุนัขปกติมีการผสมพันธุ์กับสุนัขที่ติดเชื้อบรูเซลลาซึ่งอยู่ในระยะที่มีการแพร่กระจายเชื้อ
    • การติดต่อผ่านทางน้ำปัสสาวะ (urine transmission) เป็นวิธีการติดต่อที่ไม่ค่อยพบ แต่มีรายงานว่า สุนัขสามารถติดเชื้อบรูเซลลาได้ ด้วยวิธีนี้ เนื่องจากในน้ำปัสสาวะของสุนัขเพศผู้จะมีปริมาณเชื้อบรูเซลลาอยู่มากถึง 103 – 106 เซลล์ต่อน้ำปัสสาวะ 1 มิลลิลิตร และมีการขับเชื้อบรูเซลา เคนิส ปนออกมาร่วมกับน้ำปัสสาวะหลังติดเชื้อ 4 – 8 สัปดาห์ (Wanke, 2004)
    • การติดต่อผ่านทางการสัมผัส เช่น การสัมผัสกับของเหลวจากลูกสุนัขที่แท้งออกมา ปัสสาวะ อุจจาระ ของเหลวจากช่องคลอดของสุนัขที่มีเชื้อบรูเซลลา หรือการใช้มือเล่นกับสุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิสแล้วไม่ล้างมือและหยิปจับอาหารมากิน
  • การติดต่อโดยอ้อม มี 3 วิธี ได้แก่

2.1) การสูดดม การหายใจเอาฝุ่นละอองที่มีเชื้อบรูเซลลาปนเปื้อนเข้าในร่างกาย เนื่องจากเชื้อบรูเซลลาสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำ ความชื้นสูง และแสงแดดส่องไม่ถึงได้เป็นเวลานานหลายเดือน เช่น ในน้ำ อุจจาระ ลูกสุนัขที่แท้งออกมา เครื่องมือ อุปกรณ์ และเสื้อผ้าของนักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ

2.2)  เชื้อบรูเซลลาสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรอบขีดข่วนบริเวณผิวหนัง เยื่อบุของอวัยวะต่าง ๆ

2.3) การติดเชื้อในขณะที่ทำการเพาะแยกเชื้อแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ เช่น เชื้อบรูเซลลา เคนิส (สุรีย์ ธรรมศาสตร์, 2553)

การป้องกันและควบคุม เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคนี้ในสุนัข วิธีการป้องกันและควบคุมโรคจึงควรปฏิบัติดังนี้

  • คัดเลือกสุนัขที่มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ต้องไม่มีประวัติที่แสดงถึงการเป็นโรคแท้งติดต่อ เช่น การแท้งในระยะท้ายของการตั้งท้อง หรือมีลูกตายในท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ทำการตรวจเลือดสุนัขทุก 3 เดือน เพื่อคัดกรองสุนัขตัวที่เป็นพาหนะ และทำหมันสุนัขที่เป็นพาหนะโรคเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค

การรักษา การรักษาสุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิส มี 2 แนวทางคือ

  • โดยทั่วไปแล้ว ไม่แนะนำให้ทำการรักษาสุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิส เพราะผลการรักษาไม่แน่นอน เนื่องจากเชื้อบรูเซลลา เคนิส จะเข้าไปอยู่ในเซลล์ของอวัยวะเป้าหมาย และเกิดภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดโลหิต แต่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถทำลายเชื้อบรูเซลโลซิส เคนิสได้หมด แม้ว่าเชื้อจะมีความไวต่อยาปฏิชีวนะไม่สามารถทำลายเชื้อบรูเซลโลซิส เคนิสได้หมด แม้ว่าเชื้อจะมีความไวต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิดก็ตาม จึงทำให้ยารักษาไม่ประสบผลความสำเร็จเท่าที่ควร ตลอดจนยาปฏิชีวนะที่ใช้มีราคาแพง ใช้ระยะเวลาในการรักษายาวนาน เจ้าของสุนัขจึงมักไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการรักษา (Hollett, 2016)
  • ทำการรักษาสุนัขที่เป็นโรคบรูเซลโลซิสอย่างต่อเนื่อง เพราะยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคบรูเซลโลซิสมีประสิทธิภาพช่วยบรรเทาอาการทางคลินิก หรือกำจัดอาการทางคลินิกของโรคได้บางส่วนเท่านั้น และควรใช้ยาปฏิชีวะหลายชนิดร่วมกัน เช่น ยาไดไฮโดรสเตรปโทไมชิน (dihydrostrep tomycin) ร่วมกับยากลุ่มเททระไซคลิน (tetracyclines) ได้แก่ เจนทาไมซินเททระไซคลินไฮโดรคลอไรด์ (tetracycline HCL) คลอร์เททระไซคลิน (chlortetracycline) ด็อกซิไซคลิน (doxycycline) มิโนไซคลิน (minocycline) โดยตรวจสอบว่า สภาพการทำงานของไตอยู่ในภาวะปกติก่อนให้ยาดังกล่าว (Hollett, 2006; Nicoletti, 2011)

อย่าไรก็ตาม มีการศึกษาในสุนัขที่ติดเชื้อบรูเซลลา เคนิส ในสุนัขแยกเป็นเพศผู้ 2 ตัว และเพศเมียที่อยู่ในระยะเป็นสัด 1 ตัว ไม่เป็นสัด 6 ตัว และอยู่ในระยะอุ้มท้อง 3 ตัว หลังจากให้กินยาเอนโรฟลอกซาซิน ขนาด 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกันเป็นเวลา 30 วัน และติดตามผลการรักษาเป็นเวลา 13 เดือน พบว่า สุนัขทุกตัวมีผลการทอดสอบการเกาะติดกันของสารแอนติเจนกับสารแอนติบอดีบนแผ่นสไลด์อย่างรวดเร็ว (Rapid Slide Agglutination Test, RSAT) เป็นลบ ไม่พบอาการแท้ง สุนัขเพศเมียทุกตัวให้ลูกสุนัขที่มีสุขภาพปกติ การนำสิ่งคัดหลั่งจากช่องคลอดของสุนัขเพศเมียหลังคลอดลูกไปเพาะเชื้อบรูเซลลา เคนิส พบว่า มีผลเป็นลบหรือไม่สามารถเพาะเชื้อได้ แสดงว่ายาเอนโรฟลอกซาซินน่าจะช่วยทำให้สุนัขมีอัตราการผสมติดที่ดี และลดปัญหาการแท้ง การถ่ายทอดเชื้อจากแม่สุนัขไปสู่ลูกสุนัขที่อยู่ในระหว่างการตั้งท้องได้ (Wanke, Delpino and Baldi, 2006)

ขอบคุณเนื้อหา : คู่มือ การเลี้ยงสุนัข

ขอบคุณภาพ : websource.4act.com

You may also like...