บีเกิ้ล (Beagles)

BEAGLES

ประวัติความเป็นมา

บีเกี้ล เป็นสุนัขดมกลิ่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อสะกดรอยเหยื่อเช่น กวาง กระต่าย และสัตว์เล็กอื่น ๆ ในศตตวรรษ ที่ 11 William the Conqueror ได้นำทัลบอท ฮาวนด์ ที่ปัจจุบันสูญพันธุ์ไปแล้วเข้ามาในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสุนัขดมกลิ่นสีขาวที่ค่อนข้างเชื่องช้ามาผสมกับ เกรย์ฮาวนด์ ที่วิ่งเร็วมาก ให้เกิดสุนัขตามกลิ่นที่มีความเร็วมากขึ้น ว่ากันว่า สุนัขที่เกิดจากการผสมนี้เป็นรากฐานของสุนัข เซาท์เทิร์นฮาวนด์ ซึ่งบิดาของสุนัขสายพันธุ์ บีเกี้ล ในปัจจุบัน

คำว่า “บีเกี้ล” แต่เดิมเป็นคำที่ใช้เรียกสุนัขสายพันธุ์เล็กทั่ว ๆ ไปในช่วงเวลานั้น สุนัขขนาดเล็กเหล่านี้ครอบคลุมไปถึงสุนัขที่มักเรียกว่า โกลฟ บีเกี้ล หรือบีเกี้ลขนาดเล็กเท่าถุงเมือ ของราชวงศ์ชั้นสูงเช่น Edward llและ Henry และสุนัข พ๊อกเก็ต บีเกี้ล ของ Queen Elizabeth l ซึ่งสุนัขขนาดเล็ก ที่สูงเพียง 8 – 9 เซนติเมตร เท่านั้น และเล็กที่จะบรรจุไว้ในถุงข้างอานม้าไปด้วยตอนล่าสัตว์ โดยให้สุนัขใหญ่ไล่ต้อนสัตว์ด้วยความเร็วในที่โล่งและใช้สุนัขเล็กไล่ต่อไปเมื่อสัตว์หนีไปซุกอยู่ตามพุ่มไม้ สุนัข พ๊อกเก็ต บีเกี้ล นั้น เคยมีการเขียนมาตรฐานสายพันธุ์ไว้ในปี ค.ศ.1901 แต่ปัจจุบันนั้น เชื่อว่าเริ่มต้นประมาณปี ค.ศ.1830 โดยใช้บีเกี้ลสายพันทางเหนือ ณวาท์เทิร์นฮาวนด์ และแฮร์รีเอร์ เป็นหลัก บีเกี้ล รุ่นแรก ๆ นั้นมีกมีสีขาว และมีความสูงแค่ 10 นิ้วเมื่อวัดจากหัวไหล่ เมื่อสุนัขเหล่านี้เป็นที่นิยมมากขึ้น ได้เกิด บีเกี้ล สองสายพันธุ์ขึ้นมา คือชนิดที่มีขนหยาบที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และชนิดขนเรียบที่มีปัจจุบัน ต่อมาสมาคมสุนัข บีเกี้ล ได้รับการตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1890 และมาตราฐานสายพันธุ์จึงได้ถูกเขียนขึ้นอย่างเป็นทางการ สุนัชบีเกี้ลได้แพร่หลายเข้าไปในสหรัฐอเมริกาในปี  ค.ศ.1840 และเป็นที่นิยมเรื่อยมา ในทวีปอเมริกาเหนือ บีเกี้ลนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าในอังกฤษซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเดิมเสียอีก

การล่าสัตว์

สุนัข บีเกี้ล ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในการล่า กระต่าย เรียกกันว่า “บีเกี้ลลิ่ง เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กและช้ากว่าสุนัขล่าขนาดใหญ่ เขาจึงมักถูกใช้ในการล่าสัตว์ประเภทที่ต้องการความสนุกสนานในการล่าเป็นเวลายาวนานทั้งวัน มากกว่าการล่าที่มีจุดประสงค์ในการฆ่าเหยื่อ สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น แฮร์เรีย จะล่าเหยือด้วยความรวดเร็วและจบลงในช่วงเวลาอันสั้นในขณะที่ บีเกี้ล จะช้ากว่า แต่ด้วยจมูกที่ไวต่อกลิ่นมากเป็นพิเศษและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ทำให้การล่ามีความแม่นยำสูงและสนุกตื่นเต้นมากกว่าการล่าจบลงรวดเร็ว ระหว่างการล่า บีเกี้ล จะทำงานเป็นกลุ่ม ว่ากันว่า พวกเขาจะวิ่งไปด้วยกันเป็นฝูงแน่นขนาดสามารถเอาผ้ามาคลุมผ้าไว้ได้เลย

ลักษณะโดยรวม

บีเกี้ล เป็นสุนัขขนาดเล็กถึงขนาดกลางมีความสูงเฉลี่ย 13 -16 นิ้ว วัดจากไหล่ มีน้ำหนักประมาณ 8 – 16 กิโลกรัม เขามีรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนฟ๊อกซ์ฮาวนด์ ขนาดเล็ก แต่มีหัวที่กว้าง ปากสั้น และขาสั้นกว่า เมื่อเทียบกับความยาวของลำตัว กะโหลกของเขากลมมน ปากเป็นทรงเหลี่ยม ตรง และยาว ปานกลาง ลำตัวนั่งเป็นทรงสี่เหลี่ยม ดวงตาโต อยู่ห่างกันพอสมควร มีสีน้ำตาลหรือ สีน้ำตาลอมเหลือง หูที่ตกลงนั้น กว้างยาว อยู่ในตำแหย่งต่ำบนกะโหลก หางอยู่สูงปานกลาง ไม่ม้วนงอขึ้นหลังลำตัว และมีแต้มที่ปลายหางสีขาว ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของสายพันธุ์ที่ช่วยให้เจ้าของมองเห็นง่ายเวลาไล่ตามกลิ่นเหยื่อในระยะไกล ๆ

ขนของเขานั้นยาวปานกลาง เรียบและแข็งหยาบเมื่อสัมผัส มีสีต่าง ๆ เหมือนสุนัขฮาวนด์ทั่วไปแต่ส่วนใหญ่จะมีสามสี (สีขาว ลวดลายสีดำและน้ำตาลอ่อน) สุนัขสามสีนั้นมีหลายเฉด ตั้งแต่ สามสีแบบคลาสสิค(Classic tri) ที่ประกอบไปด้วยสีดำสนิทบริเวณส่วนหลัง (เรียกว่า บีเกี้ล หลังดำ) ไปจนถึงสามสีที่เข้มข้น ซึ่งมีสีดำมากกว่าปกติแซมด้วยสีน้ำตาล และ สามสีแบบอ่อน ที่มีสีน้ำตาลมากกว่าปกติ แซมด้วยสีดำ บีเกี้ล สามสีนั้น เมื่อแรกเกิดจะเป็นสีดำ และขาว โดยส่วนที่เป็นสีดำบางส่วนจะเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลเมื่อโตขึ้น สีน้ำตาลนั้นจะชัดเจนเต็มที่เมื่ออายุ 1 – 2 ปี

บีเกี้ล ชนิดสองสีจะมีสีขาวเป็นพื้นแซม ด้วยสีที่สอง เช่น สีน้ำตาล สีเหลือง สีน้ำตาลอ่อน สีแดง สีน้ำตาลคล้ายตับ สีน้ำตาลเข้ม และสีดำ แต่สี น้ำตาลคล้ายตับ สีน้ำตาลเข้ม และสีดำ แต่สี น้ำตาลคล้ายตับ สีน้ำตาลเช้ม และสีดำ แต่สี น้ำตาลคล้ายตับนั้นหาได้ยากและไม่เป็นที่ยอมรับของมาตรฐานสายพันธุ์บางสมาคม เพราะมักจะตามมาด้วยดวงตาสีเหลืองอำพันที่ไม่เป็นที่ต้องการ สีที่เป็นลวดลายด่าง ๆ หรือ เป็นลายจุดประปรายนั้นพอ มีบ้างในส่วนที่ขนมีสีขาวหรือสีดำ

สมาคมสุนัขของแคนาดาและอังกฤษนั้นยอมรับ บีเกิ้ล ที่มีความสูงระหว่าง 13 – 16 นิ้วที่หัวไหล่ ขณะที่ สมาคมสุนัขของอเมริกา ยอมรับ บีเกิ้ล สองประเภท คือสุนัขที่มีความสูงต่ำกว่า 13 นิ้วและสุนัขที่มีความสูงระหว่าง 13 –15 นิ้ว โดยไม่ยอมรับสุนัข ที่สูงเกิน 15 นิ้ว ทำให้สามารถพูดได้ว่า สุนัข บีเกิ้ลสายพันธุ์อเมริกันนั้น ตัวเล็กกว่าสายอังกฤษโดยเฉลี่ย สิ่งที่ควรระวังนั้นคือ การแอบอ้างโฆษณาขาย บีเกี้ลขนาดจิ๋วที่เรียกกว่า พ๊อกเก๊ตบีเกิ้ล เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้สูญพันธุ์ไปแล้ว มีแต่ บีเกิ้ล ตัวที่เล็กลงเนื่องจากการผสมพันธุ์ที่บกพร่องหรือเป็นโรคที่ทำให้แคระแกรนเท่านั้น

อุปนิสัย

น่ารัก อ่อนหวาน นุ่มนวล และเป็นมิตร คือคำที่ใช้อธิบายอุปนิสัยของบีเกี้ล ได้ดี สุนัขพันธุ์นี้มีอารมณ์ที่มั่นคงอละขี้เล่น รักสุนัข ประกอบกับการมีร่างกายที่เล็กแต่ไม่บอบบางจึงเหมาะที่จะเลี้ยงกับเด็กมาก และยังอยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่น ๆ ได้ดี ยกเว้นสัตว์เล็ก ๆ เพราะมีสัญชาติญานของนักล่าอยู่ในตัว ควรหลีกเลี่ยงอย่าให้อยู่ด้วยกันกับสัตว์ประเภทเหยื่อจะดีกว่า มาตรฐานสายพันธุ์นั้น ระบุถึงสุนัขที่มีความรื่นเริง เข้ากับคนได้ดี ไม่ดุหรือก้าวร้าว และไม่ขี้อาย เขาชอบอยู่กับคน แม้จะเป็นคนแปลกหน้าก็ตาม จึงไม่เหมาะที่จะเป็นสุนัขอารักขาเบย อย่างไรก็ดี เขาอาจจะช่วยหอนเตือนเมื่อได้กลิ่นหรือได้ยินเสียงแปลก ๆ ทำให้ใช้งานในการเฝ้าระวังได้ในระดับหนึ่ง

ในฐานะสุนัขตามกลิ่น บีเกี้ล จัดว่าเป็นสุนัขดมกลิ่นชั้นแนวหน้าควบคู่ไปกับ บลัดฮาวนด์ และ บาสเซ็ทฮาวนด์ เพราะมีจมูกไวต่อกลิ่นมาก แต่จะไวต่อกลิ่นชั้นแนวหน้าควบคู่ไปกับ บลัดฮาวนด์ และ บาวเซ็ทฮาวนด์ เพราะมีจมูกไวต่อกลิ่นมาก แต่จะไวต่อกลิ่นบนดินมากกว่ากลิ่นในอากาศ ทำให้ไม่เหมาะต่อการใช้งานภู้ภัยที่จำเป็นต้องใช้สายตาและการดมกลิ่นในอากาศ เนื่องจากถูกเพาะมาเพื่อให้ส่งสัญญาณเตือนเจ้าของเมื่อพบเหยื่อ บีเกี้ล อาจจะ เห่า หอน หรือ ส่งเสียงที่เรียกกว่า เบย์ ซึ่งเป็นเสียงที่คล้ายเสียครางในลำคอ เหมือนกำลังพูดกับคุณ เมื่อเจอสถานการณ์ที่แปลกประหลาดต่าง ๆ ถึงแม้ว่า จะไม่ใช่สุนัขที่ช่างส่งเสียงเห่าโดยธรรมชาติ การไม่ได้รับการฝึกที่ดี อาจทำให้เป็นสุนัขช่างเห่าหอนได้ เช่น เดียวกันกับสุนัขทุกสายพันธุ์ ถ้าถูกตามใจมาก หรือละลายการออกกำลังกาย เขาอาจจะขุด ทำลายข้าวของ เห่ามาก หรือกลายเป็นสุนัขช่างกัด ได้

บีเกิ้ล นั้น ถูกเพาะมาเพื่อไล่ล่าระยะไกล ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้สุนัขตามกลิ่นที่มีความอย่างทุ่มเทมาก ความตั้งใจอันแข็งแกร่งปานเหล็กเพื่อตามเหยื่อโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนี้ ทำให้บีเกิ้ล เป็นสุุนัขที่ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังและใจจดใจจ่อกับสิ่งเดียว ซึ่งอาจทำให้ดูมีความดื้นรั้น ยากต่อการฝึกสอน ถึงแม้ว่าจะมีความกระตืนรือร้นที่จะเอาใจและเฉลียวฉลาดมาก แต่ก็เบื่อง่ายและมักถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากกลิ่นต่าง ๆ รอบข้าง จึงยากต่อการจับให้ตั้งใจฝึกบทเรียนต่าง ๆ รอบข้าง จึงยากต่อการจับให้ตั้งใจฝึกบทเรียนต่าง ๆ ขณะฝึกสอน เช่นเดียวกันกับสุนัขที่มีความฉลาดมากที่ถูกพัฒนามาเพื่อการทำงานตามลำพัง ไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้าของ ทำให้บีเกิ้ล ถูกจัดอันดับความฉลาดในการฝึกเชื่อฟังคำสั่ง โดย Stanley Coren ไว้ ที่ลำดับ 72 ของการทดสอบ ในขณะที่คนที่เคยเลี้ยงบีเกิ้ล จะรู้ว่า เขาไม่ใช่สุนัขที่โง่เลย เจ้าของหลายคนเล่าถึงความเฉลียวฉลาดของบีเกิ้ล เรื่องแล้วเรื่องเล่า ว่าเขาเป็นสุนัขที่ฉลาดขนาดไหนเวลาที่พยายามจะทำอะไรสักอย่างที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเข็นเก้าอี้มาปืนขึ้นตู้ครัวขโมยของ หรือการหลอกให้คุณทำตามใจเขาสารพัดวิธี เขาแค่ไม่ได้ถูกเพาะมาเพื่อรับฟังคำสั่งของคุณทุกคำสั่งเท่านั้นอย่างสุนัขหลาย ๆ พันธุ์ ว่ากันว่า บีเกิ้ลนั้นสามารถเข้าใจคำสั่งได้ใน 5 วินาที แต่จะใช้เวลาทั้งชีวิตหาทางหลีกเลี่ยงที่จะทำตามคำสั่ง ! เขาจะคิดว่ามีสิ่งอื่น ๆ ที่น่าสนใจกว่าการฝึกลุก ๆ นั่ง ๆ วันละ 50 ครั้ง มากมายนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า บีเกิ้ล เป็นสุนัขที่ฝึกไม่ได้ เพียงแต่ต้องการฝึกที่สั่น และดึงดูดความสนใจของสุนัขมาก ๆ จึงจะได้ผล และถึงแม้จะฝึกจนรู้คำสั่งได้แล้วถ้ามีกลิ่นที่น่าสนใจเข้ามาแทรก สัญาชาติญาณของเขาอาจทำให้การฝึกสอนของคุณนั้นถูกลบไปจนหมดสิ้นได้ ดังนั้นจึงควรเข้าใจว่า บีเกิ้ล นั้นสามารถจะอยู่ดี ๆ ก็ออกวิ่งไล่กระรอกอย่างไม่ฟังเสียงใครเลยได้ในทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้น คุณควรจะต้องจูงเขาไว้ตลอดเวลาเมื่อพาไปเดินเล่น ขณะที่ฝึกสอนนอกสถานที่ และต้องล่ามหรือสร้างรััวที่มิดชิดเมื่ออยู่ในสนามของบ้านเพื่อป้องกันสุนัขหลุดออกไปตามหลิ่นจนประสบอุบัติเหตุ

การดูแล

บีเกี้ล เป็นสุนัขง่ายต่อการดูแลอย่างมากขนที่เรียบสั้นไม่ต้องแปรงขนบ่อย เพียงใช้แปรงขนบ่อย เพียงใช้แปรงขนหมูเทียมหรือถุงมือยางลูบเพื่อเอาขนที่ร่วงแล้วออกและทำให้ขนเป็นมันครั้งคราวก็เพียงพอ ขนของเขาร่วงแต่ไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับการให้อาหารที่มีคุณภาพและการแปรงขนที่ตายแล้วให้หลุดออก หูนั้นต้องทำความสะอาดสองสามครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากมีใบหูตกและปิดทำให้มีขี้หูมากกว่าสุนัขหูตั้งพอสมควรความอับชื้นในหูมักทำให้หูอักเสบได้ง่ายหากไม่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องการกินนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ขึ้นชื่อประจำสายพันธุ์ เพราะเขาจะกินทุกวิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าและชอบขโมยอาหารในครัวไปถึงการแอบเปิดตู้เย็นเมื่อคุณไม่ระวังเสมอ ด้วยเหตุนี้ โรคอ้วนจึงเป็นปัญหาของสายพันธุ์ที่พบบ่อย ถ้าไม่ระวังในเรื่องการให้อาหาร พยายามให้อาหารโดยจำกัดปริมาณเป็นมื้อ ๆ ไม่ควรให้อาหารทิ้งไว้ตลอดวัน ระมัดระวังการเก็บอาหารของคุณให้มิดชิด และอย่าคิดว่าเขาฉลาดไม่พอที่จะโซ้ยของกินในตู้เย็นจนหมดในขณะที่คุณกำลังหลับฝันดี

เช่นเดียวกันกับสุนัขล่าสัตว์พันธุ์อื่น ๆ บีเกี้ลนั้นต้องการการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานที่มีมากของเขา และเพื่อกำจัดความเบื่อและความต้องการทำลายข้าวของ ความกระตืนรือร้นและความทนทายาดของเขา อาจทำให้คุณคิดว่า เขาเป็นสุนัขที่ต้องออกกำลังกายหนัก ๆ เพราะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่สุนัขที่ต้องพาไปวิ่งเล่นมาราธอนวันละครั้งจึงจะหายเครียด เพียงพาออกไปเดินระยะทางไกล ๆ หน่อยวันละครั้งก็เพียงพอที่จะทำให้สุนัขมีความสุขและไม่อ้วนได้

ในเรื่องของสุขภาพ แม้ว่า บีเกี้ล ส่วนใหญ่จะมีอายุยืน 12 – 15 ปี โดยแข็งแรงดี เขาก็มีโรคประจำสายพันธุ์เหมือนกัน เช่น โรคลมชัก ภาวะฮอร์โมน ไทรอยด์ต่ำ และโรคแคระแกร็น อย่างไรก็ดี โรคข้อสะโพกอักเสบ ซึ่งเป็นโรคประจำของ แฮร์เรียร์และสายพันธุ์สุนัขใหญ่อื่น ๆ กับไม่เป็นปัญหากับ บีเกี้ล โรคตาเช่น ต้อหิน เชอร์รี่อาย retina atrophy นั้นอาจพบในบีเกิ้ล ได้ง่าย บีเกิ้ล บางตัวอาจแสดงอาการจามที่ฟังดูเหมือนกับมีอะไรติดคอ แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงการหายใจพร้อมกันโดยจมูกและปาก ซึ่งถือเป็นอันตราย

บทสรุป

บีเกิ้ล นั้นเป็นสุนัขที่สนุกสนาน เป็นมิตรร่าเริง และมีนิสัยที่ไว้ใจได้ เขามักถูกใช้งานอื่น ๆ ในปัจจุบัน หลังจากที่การล่าสัตว์ไม่เป็นที่นิยมอีกแล้ว ซึ่งรวมถึงการใช้งานให้ดมหากลิ่นอาหารที่การลักลอบเข้ามาในสนามบิน เนื่องจากมีจมูกที่ไวต่อกลิ่นและมีขนาดเล็กปานกลางไม่ดูน่ากลัวจนเกินไป และในประเทศออสเตรเลียยังถูกใช้ให้ดมหาปลวกได้อีกด้วย ด้วยความนุ่มนวลและขนาดที่เล็ก เขามักถูกใช้เป็นสุนัขบำบัดคนชราและคนป่วย และในหลาย ๆ ประเทศยังถูกใช้ในการช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยได้อีกด้วย

สิ่งที่น่าเสียใจนั้นคือ เนื่องจากอุปนิสัยของ เขา ขนาด และความง่ายต่อการเลี้ยง ทำให้เขากลายเป็นสุนัขทดลองชั้นเยี่ยม บางบริษัทเพาะสุนัขสายพันธุ์นี้เพื่อการทดลองโดยเฉพาะและทำให้สุนัขต้องอยู่ในกรงตั้งแต่แรก ด้วนความช่วยเหลือของกลุ่มอาสาสมัครหลายองค์กร มี บีเกิ้ลมากมายที่ได้รับการช่วยเหลือและหาบ้านใหม่ให้ กลุ่มปกป้องสิทธิสุนัขยังช่วยกันรณรงค์ปิดสถานที่เพาะสุนัขสำหรับทดลองไปแล้วบ้าง แต่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ คุณสามารถช่วยรนรงค์ได้ด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ติดป้าย “no animal testing” หรือสมทบทุนองค์การช่วยเหลือสัตว์ในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่ ไปจนถึงช่วยรับเลี้ยงสุนัขทดลองหรือสุนัขถูกทิ้งที่ต้องการหาบ้านใหม่แทนที่จะซื้อลูกสุนัข

ขอบคุณ ข้อมูล จากหนังสือ Shamu Quarterly

You may also like...